ค่าบริการ Google Ads คิดแบบไหนถึงคุ้มกับเจ้าของแบรนด์

ค่าบริการ Google Ads คิดแบบไหนถึงคุ้มกับเจ้าของแบรนด์

เจ้าของแบรนด์ที่ต้องการโปรโมตบน Google อาจกำลังคิดไม่ตกว่าจะจ่าย ค่าบริการ Google Ads ให้กับคนรับทำโฆษณาเท่าไหร่ดี รวมถึงยังสงสัยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการยิงแอด Google ว่ามีอะไรบ้าง เพราะเหล่านี้คือต้นทุนขายที่ต้องควบคุมไม่ให้เกินตามแผนที่วางไว้ หากเกินนี้ก็เหมือนขายของฟรี มีแต่จะเจ๊งไปเปล่าๆ

บทความนี้ผมจะขอแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับเงินๆ ทั้งหมดบน Google Ads รวมถึงวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังจากการทำโฆษณากูเกิล รวมถึงค่าบริการที่ต้องคำนึงเมื่อคิดจะจ้างคนยิงแอดกูเกิล เพื่อให้เจ้าของแบรนด์เก็บเป็นหลักในการคำนวณก่อนจะลงมือทำจริงๆ

ค่าบริการ Google Ads คิดแบบไหน ?

เมื่อคิดจะจ้างเอเจนซี่ยิงแอดหรือฟรีแลนซ์ยิงแอด ค่าบริการ Google Ads ที่เพื่อนๆอาจเจอจะมีวิธีการคิด 3 แบบด้วยกันตามรายละเอียดดังนี้

  • ค่าบริการดูแลโฆษณา Google Ads แยกกับค่าโฆษณา
  • ค่าบริการดูแลโฆษณา Google Ads รวมกับค่าโฆษณา
  • ค่าบริการดูแลโฆษณาคิดเป็นอัตราส่วนตามงบประมาณค่าโฆษณา

ยกตัวอย่างค่าบริการดูแลแอด

งบลงโฆษณา (บาท)ค่าบริการ / ค่าดูแล (บาท)รวมค่าใช้จ่ายทำโฆษณา Google Ads
15,0005,00020,000 บาท
50,0007,50057,500 บาท
100,00010%110,000 บาท

จากตารางข้างบน ค่าใช้จ่ายจริงที่เจ้าของธุรกิจหรือเจ้าของแบรนด์ต้องลงเงินสำหรับการทำโฆษณา Google อาจมีการแยกหรือรวม หรือคิดเพิ่มเป็นอัตราส่วนจากงบประมาณที่ลงไปอีก อีกทั้งยังไม่รวมรายละเอียดประเภทของแคมเปญที่ต้องการโปรโมต วิธีการในการตัดเงินว่า ตัดบัตรจากใคร จากคนรับจ้างหรือเจ้าของแบรนด์ ผมแนะนำให้คุยรายละเอียดให้เข้าใจกันก่อนว่า แต่ละส่วนเป็นเท่าใด

ตัวอย่างแพคเกจราคา Google Ads
ตัวอย่างแพคเกจราคา Google Ads

Google Ads คิดเงินยังไง ?

นอกเหนือจากค่าดูแลโฆษณาที่ต้องให้กับผู้รับทำโฆษณา Google Ads แล้ว สิ่งหนึ่งที่เจ้าของแบรนด์หรือเจ้าของธุรกิจต้องพิจารณาคือ ค่าใช้จ่ายโฆษณา ซึ่งในส่วนนี้เราต้องทำความเข้าใจระบบการคิดเงินของ Google ก่อน

Google Ads คิดเงินค่าโฆษณายังไง ?

ระบบการคิดเงินค่าโฆษณาของ Google Ads จะคิดเงินเมื่อมีคนคลิกที่ตัวโฆษณา โดยระบบการทำงานของ Google Ads จะเริ่มจากผู้ใช้ค้นหาคำบน Google Search จากนั้นระบบจะเลือกจับคู่คีย์เวิร์ดที่เราซื้อกับคำค้นหา (Search term) ของผู้ใช้ว่ามีใครตั้งค่าตรงกันบ้าง เมื่อได้คู่แข่งทั้งหมดที่ตั้งค่าตรงกัน ระบบก็จะประมูลแข่งกันว่าใครได้คะแนนมากที่สุด คนนั้นก็มีสิทธิ์ขึ้นอันดับสูงสุด และลดหลั่นลงมา

Google Ads จะคิดเมื่อคนคลิกที่โฆษณา (Pay-Pey-Click) ไม่ใช่คิดเงินเมื่อโฆษณาถูกนำไปแสดง

เมื่อผู้ใช้ (User) เห็นโฆษณาและคลิกที่ตัวโฆษณา ระบบจะคิดเงินตามราคาเสนอที่เราประมูลชนะในขณะนั้น โดยราคาต่อคลิกจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เกิดการแข่งขันในขณะนั้น

แต่จะมีแคมเปญบางประเภทที่ Google Ads เก็บเงินต่างจากระบบ Pay Per Click ซึ่งเป็นแคมเปญที่เพื่อนๆ อาจใช้ไม่บ่อยนักตามนี้

  • แคมเปญดิสแพลย์ (Display Campaign)

แคมเปญ GDN หรือแคมเปญ Display ที่ใช้กลยุทธ์เสนอราคาแบบ CPM ที่ได้แสดง (viewable CPM) Google จะคิดเงินเมื่อโฆษณาได้แสดงผลครบ 1,000 ครั้ง

  • แคมเปญวิดีโอ (Video Campaign)

แคมเปญวิดีโอ Google จะคิดเงินเมื่อโฆษณาแสดงผล 1,000 ครั้ง เมื่อใช้กลยุทธ์เสนอราคา Target CPM หรือ vCPM หรือในกรณีที่สร้างโฆษณาแบบในสตรีมแบบข้ามได้ (Skippable in-stream ads) ด้วยกลยุทธ์เสนอราคา CPV (Cost per View) และโฆษณาวิดีโอในฟีด (In-feed video ads) จะคิดเงินเมื่อโฆษณาแสดงผลพร้อมเล่นวิดีโอตามระยะเวลาที่กำหนด

  • แคมเปญแอป (App Campaign)

แคมเปญแอป (App Campaign) for install จะคิดเงินเมื่อลูกค้าติดตั้งแอป (Cost per install) หากเป็น App engagement จะคิดเงินเมื่อลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์โฆษณา

Google Ads เรียกเก็บเงินแบบไหน ?

ระบบการเรียกเก็บเงินของ Google Ads จะแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ ระบบเติมเงิน ระบบตัดเงินอัตโนมัติ ระบบแจ้งนี้รายเดือน (Invoice) ซึ่งแต่รูปแบบมีวิธีการทำงานตามนี้

  • ระบบเติมเงิน

ระบบเติมเงิน คือ โฆษณาจะวิ่งเมื่อมีการเติมเงินเข้าไปในบัญชี Google Ads โดยระบบมีตัวเลือกในการตัดเงิน 2 แบบ คือ เติมเงินผ่าน Truemoney wallet และบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ขั่นต่ำในการเติมคือ 400 บาท

เมื่อเติมเงินเข้าไปแล้ว โฆษณาจะวิ่งตามจำนวนเงินที่มีอยู่ หากเงินหมด โฆษณาก็จะหยุดวิ่ง แม้ว่าจะมีการเปิดแคมเปญก็ตาม วิธีนี้เหมาะกับเจ้าของธุรกิจ SME ขนาดเล็กที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายแบบง่ายๆ

  • ระบบตัดเงินอัตโนมัติ

ระบบตัดเงินอัตโนมัติ หมายถึง ระบบจะยอมให้เราวิ่งโฆษณาไปก่อนและให้มีค่าใช้จ่ายจากการวิ่งโฆษณา หลังจากนั้นระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเดบิตหรือเครดิตตามเกณฑ์การชำระเงิน โดยเกฑณ์การชำระเงินจะเกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ ทุกวันที่ 1 ของเดือน หรือเมื่อถึงเกณฑ์การชำระเงิน แล้วแต่ว่าอย่างใดจะมาถึงก่อน

  • ระบบการแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing) หมายถึง Google ให้เครดิตการทำโฆษณา โดยค่าใช้จ่ายโฆษณาที่เกิดขึ้น เราไม่จำเป็นต้องจ่ายในระหว่างเดือน ปล่อยให้ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นได้เลย เมื่อถึงสิ้นเดือน Google จะสรุปยอดค่าใช้จ่ายโฆษณาทั้งหมด และให้เราไปชำระด้วยการ “โอนเงิน” เข้าบัญชีธนาคารที่ Google กำหนด หรือจ่ายเป็น “เช็ค” และต้องโอนหรือจ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด

Google Ads คำนวณงบประมาณยังไง ?

Google Ads คำนวณงบประมาณค่าโฆษณาจากการตั้งค่าของเพื่อนๆ เองบนบัญชีครับ ซึ่งให้อิสระในการกำหนดงบประมาณรายวันได้ตามใจ แต่การใช้จ่ายงบประมาณของ Google จะมีกฏเกณฑ์หนึ่งที่เราเรียกกันว่าการแสดงผลเกินงบ (Overdelivery) หมายถึง Google มีโอกาสแสดงผลโฆษณาและเกิดค่าใช้จ่ายโฆษณาได้ไม่เกิน 2 เท่าของงบประมาณรายวัน ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อระบบมองว่ามีโอกาสในการแสดงผลโฆษณาเต็มที่ในวันนั้นหรือชดเชยการแสดงผลที่น้อยในวันก่อนหน้า

การแสดงผลเกินงบ (Overdelivery) คือ Google มีโอกาสแสดงผลโฆษณาและเกิดค่าใช้จ่ายโฆษณาได้ไม่เกิน 2 เท่าของงบประมาณรายวัน

ผลที่เกิดขึ้นจากการแสดงผลเกินงบ (Overdelivery) คือ เพื่อนๆ อาจเห็นว่าแคมเปญกินเงินไปมากกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ แต่มันจะไม่เกิน 2 เท่า และภายในสิ้นเดือน ยอดค่าใช้จ่ายโฆษณาของเราจะไม่เกิน 30.4 x งบประมาณรายวันครับ

สรุป

ค่าบริการ Google Ads ที่เพื่อนๆ จ้างคนรับทำโฆษณา Google จะมีรูปแบบค่าใช้จ่ายที่เป็นไปได้ 3 แบบ คือ ค่าบริการดูแลโฆษณา Google Ads แยกกับค่าโฆษณา, ค่าบริการดูแลโฆษณา Google Ads รวมกับค่าโฆษณา, ค่าบริการดูแลโฆษณาคิดเป็นอัตราส่วนตามงบประมาณค่าโฆษณา ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจหรือความพอใจได้เลย

ในส่วนของการคิดเงิน Google Ads จะมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบตามประเภทแคมเปญและกลยุทธ์เสนอราคา เช่น จ่ายเมื่อคนคลิกที่ตัวโฆษณา (Per-Per-Click) เมื่อสร้างแคมเปญค้นหา (Search Camapign) จ่ายเงินเมื่อคนดูวิดีโอเมื่อสร้างโฆษณาแบบข้ามได้ในแคมเปญวิดีโอ

สุดท้ายคือเรื่องของการเก็บเงินที่ Google ก็มีการเก็บเงิน 3 แบบคือ ระบบเติมเงิน ระบบตัดเงินอัตโนมัติ ระบบการแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing) ซึ่งตรงนี้เพื่อนๆ สามารถเลือกได้ตามระบบบัญชีของบริษัทและความพร้อมได้เลย

เพื่อนๆ ที่เข้าใจเรื่องเงินทั้งหมดของ Google Ads แล้วและอยากเริ่มทำโฆษณา สามารถทักปรึกษาทีมดูแลแอดของเราได้ เรามีทีมงานผู้เชี่ยวชาญแนะนำทุกอย่างเกี่ยวกับการเริ่มทำโฆษณาเพื่อให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจครับ