5 สิ่งที่คนลงโฆษณา Google ทำผิดเมื่อเปิดใช้แคมเปญ Pmax

5 สิ่งที่คนลงโฆษณา Google ทำผิดเมื่อเปิดใช้แคมเปญ Pmax

ตั้งแต่ Google เปิดตัวแคมเปญ Performance Max ในเดือนพฤศจิกายน 2021 หลายๆ คนเริ่มนำมาใช้กับบัญชี แต่กลับพบว่าผลลัพท์ของมันไม่ได้เป็นไปตามที่ Google เคลมเอาไว้เลย แสดงมั่วบ้าง คนติดต่อไม่ตรงบ้าง กินเงินไปฟรีๆ บ้าง แต่หลายๆ คนอาจยังงงว่าเจ้า Performance Max หรือ Pmax คือ ?

บทความนี้ผมจะอธิบายรายละเอียดทั้งหมดเดี่ยวกับแคมเปญ Performance Max ทั้งหมด ตั้งแต่หลักการทำงาน การตั้งค่าโฆษณา รวมถึงบอกข้อผิดพลาดที่คนยิง Google Ads ทำเมื่อเปิดใช้แคมเปญนี้ เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์และได้ใช้ประสิทธิภาพของแคมเปญได้เต็มที่

Pmax คือ ?

Pmax เป็นแคมเปญประเภทใหม่ที่อิงตามเป้าหมาย ซึ่งช่วยให้ผู้ลงโฆษณาที่มีการวัดประสิทธิภาพสามารถเข้าถึงทุกพื้นที่โฆษณา Google Ads ของตนได้ในแคมเปญเดียว Pmax ได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้เสริมกับแคมเปญ Search ซึ่งอิงตามคีย์เวิร์ด เพื่อช่วยให้ได้รับลูกค้าที่ทําให้เกิด Conversion มากขึ้นในทุกช่องทางของ Google เช่น YouTube, Display, Search, Discover, Gmail และ Maps 

โฆษณา Performance Max
โฆษณา Performance Max

5 สิ่งที่คนลงโฆษณา Google ทำผิดเมื่อสร้างแคมเปญ Pmax

ตั้งแต่ได้รับโอกาสดูแลบัญชีโฆษณาให้กับหลายๆ เจ้าผมพบข้อผิดพลาดเดิมๆ เวลาเข้าไปช่วยตรวจสอบบัญชีของลูกค้า ทำให้เสียเงินไปกับการโฆษณาโดยไม่ได้รับผลตอบแทนเท่าที่ควร ซึ่งผมขอรวบรวมเอาไว้ 5 ข้อหลักๆ เผื่อเป็นแนวทางให้ทุกคนปรับใช้ในการป้องกันข้อผิดพลาดเหล่านี้ และช่วยให้โฆษณามีประสิทธิภาพดีขึ้น

1. ต้องการโปรโมตหน้าร้านแต่ไม่เชื่อม Google Business Profile

Performance Max คือ Local Campaign ในเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้สำหรับโปรโมตธุรกิจมีหน้าร้านทุกประเภท หรือธุรกิจที่ปักหมุดเอาไว้บน Google Business Profile (AKA Google My Business) ซึ่งแคมเปญ Pmax ตัวนี้จะทำหน้าที่สร้างชิ้นงานโฆษณาไปแสดงผลบน Google Map เมื่อมีคนค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับร้านค้า

โฆษณาบน Google Map
โฆษณาบน Google Map

แต่สิ่งที่ผมเจอคือ ไม่เชื่อม Google Business Profile เข้ากับบัญชีและไม่เชื่อมกับแคมเปญ ทำให้ระบบทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะ Google AI จะไม่รู้ว่าเป้าหมายของการโปรโมตแคมเปญนี้คือสถานที่ใด ทำให้ยากต่อการได้ผลลัพท์ที่ดี ถ้าใครที่ยังไม่แน่ใจว่าเชื่อมหรือยัง ผมแนะนำให้ตรวจสอบการตั้งค่าระดับแคมเปญอีกครั้งว่ามี Business Profile เชื่อมหรือไม่ ถ้ายังแนะนำให้เชื่อมเดี๋ยวนี้ เพราะจะทำให้เพื่อนๆ เสียเงินไปฟรีๆ

2. ต้องการโฆษณาสินค้า แต่ไม่เชื่อม Google Merchant Center

แคมเปญ Performance Max สามารถสร้างโฆษณาแบบ Shopping Ads ได้ แถมในหลายครั้งก็สามารถทำงานได้ดีอีกด้วย ยิ่งถ้าใครที่ทำเว็บ E-commerce ไว้อย่างดี มีระบบ CheckoutPage ดีๆ สามารถสร้างยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่พบคือ ต้องการขายของบนเว็บ E-commerce แต่ไม่เชื่อมบัญชี Merchant Center เข้ากับแคมเปญ ทำให้ระบบ AI ไม่สามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดสินค้าและจับคู่กับคนที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าได้ ส่งผลทำให้โฆษณาไม่มี Feed สินค้าพ่วงเข้าไป ยอดการขายจบบนเว็บก็น้อยกว่าความเป็นจริงมาก วิธีแก้ทำได้ด้วยการเชื่อมบัญชี Merchant Center อีกครั้งและตรวจสอบให้ดีว่า Feed สินค้าเชื่อมกับแคมเปญไว้ดีหรือไม่

3. ไม่กำหนด Audience Signal

Audience Signal เปรียบเสมือนเข็มทิศที่นำทาง Google AI ให้นำส่งโฆษณาไปยังลักษณะกลุ่มเป้าหมาย (Targeting) ที่ร่างเอาไว้ โดยระบบอาจจะส่งโฆษณาตรงไปหากลุ่มเป้าหมายนั้น หรืออาจนำส่งโฆษณาไปยังคนที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน

สิ่งที่เข้าไปเจอคือ ไม่มีการกำหนด Audience Signal ให้ระบบรู้เลยว่าต้องการให้ส่งโฆษณาไปหาใคร ทำให้โฆษณาแสดงผลแบบไร้ทิศทาง ไม่เจาะจงตามรายละเอียดของสินค้าหรือบริการที่ต้องการยิงแอด แน่นอนว่าผลลัพท์ที่ได้ก็ไม่เข้าเป้า ผมแนะนำให้กลับไปกำหนดสัญญาณกลุ่มเป้าหมาย (Audience Signal) ให้ละเอียดอีกครั้งเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

4. คุณภาพของโฆษณาแย่

คุณภาพโฆษณาคือ สิ่งที่ระบบนำไปคำนวณแข่งขันหลังบ้าน ยิ่งคุณภาพโฆษณาออกมาดี โอกาสในการแสดงผลโฆษณาก็มากตามไปด้วย สิ่งที่ผมเจอบ่อยๆ เวลาเข้าไปตรวจแคมเปญ Performance Max คือ คุณภาพโฆษณาแย่ทั้งการคำนวณและ Artwork ทำให้การทำงานหลังบ้าน AI ของตัวระบบไม่ค่อยนำส่งโฆษณาออกไปมากเท่าที่ควร ประกอบกับการดีไซต์ออกแบบขนาดของชิ้นงานโฆษณาก็ไม่สวยงาม ตกมุมบ้าง ขาดส่วนไปบ้าง ตัวโฆษณาโชว์ไปแบบไม่มืออาชีพ ทำให้อัตราการคลิกและการทำ Conversion น้อย

คุณภาพโฆษณา Performance Max
คุณภาพโฆษณา Performance Max

ผมแนะนำให้ออกแบบขนาดชิ้นงาน Pmax ให้สอดคล้องกับ Best Practics ที่ Google แนะนำและปรับโฆษณาให้แสดงเป็น “ดี” หรือ “ดีเยี่ยม” ขึ้นไป เพื่อให้โฆษณาแข่งขันได้และสวยงาม

5. ไม่ใส่ธีมการค้นหา (Search themes)

ธีมการค้นหา (Search themes) เหมือนคีย์เวิร์ดที่ทำงานในแคมเปญ Search โดยเป็นการบอกระบบว่าให้แสดงผลเมื่อคนค้นหาคำอะไร สำหรับใน Performance Max เป็นเหมือนข้อมูลที่ป้อนให้ AI ทำงานเมื่อมีคนค้นหาคำเหล่านั้น สิ่งที่คนทำพลาดคือ ไม่ใส่ธีมการค้นหาเป็นคำเฉพาะสินค้าหรือบริการ ทำให้ระบบวิ่งไปทั่ว ไม่มีทิศทาง ส่งผลให้เสียค่าโฆษณาโดยใช่เหตุ

แนะนำให้กลับไปตรวจสอบการตั้งค่าแคมเปญอีกครั้งว่าได้ใส่ธีมการค้นหาไหม เพราะเป็นฟีเจอร์ที่พึ่งเปิดตัวไปในปี 2023 หลายๆ คนที่เคยทำ Performance Max มาก่อนหน้านี้ลืมใส่ตัวนี้ไป ผมแนะนำให้กลับไปเติมอีกครั้ง โดยเลือกเฉพาะคีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องเท่านั้น

สรุป

Pmax คือ แคมเปญใหม่ที่ใช้ AI ในการนำส่งโฆษณาทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยที่จะกำหนดการตั้งค่าเบื้องต้นด้วยตัวเองเพราะคิดว่าระบบจะนำส่งได้ดี ทำให้โฆษณาแสดงผลไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ถ้าต้องการโปรโมตร้านค้าบน Google Map แนะนำให้เชื่อมบัญชี Google Business Profile ให้เรียบร้อย ถ้าต้องการขายของบนเว็บไซต์ให้เชื่อม Google Merchant Center ควรมีการกำหนด Audience Signal และ Keyword themes ด้วยเพราะจะเป็น GPS ให้ระบบส่งโฆษณาได้ดีขึ้น

สำหรับใครที่ทำ Google Ads แล้วเจอปัญหาแคมเปญ Performance Max วิ่งไม่ดีหรือแสดงผลแต่ไม่มีคนทักสามารถปรึกษาทีมดูแลแอดของเราได้ เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้โดยเฉพาะ หรือถ้าไม่อยากปวดหัวกับการดูแลโฆษณาก็จ้างเราได้ เราคิดไม่แพง