How-to-fix-ads-expensive

วิธีแก้ไขค่าใช้จ่าย Google Ads พุ่งสูงเกินงบที่ตั้งไว้

ปัญหายอดฮิตของคนยิงแอด Google Ads หนี้ไม่พ้นเรื่องงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณไม่เพียงพอ Google Ads ไม่กินเงินเลย หรือยิงแอด Google Ads พุ่งสูงเกินงบไว้มาก เหล่านี้คือเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของธุรกิจ ผมเองเข้าใจดีในฐานะคนทำธุรกิจด้วยกัน ซึ่งสาเหตุก็มาจากหลายๆ อย่างประกอบกัน

บทความนี้ขออธิบายสาเหตุของปัญหาทั้งหมด ที่มาที่ไปว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และบอกวิธีแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณให้เข้าใจอย่างง่ายๆ โดยอ้างอิงจากประสบการณ์ทำแอดมาหลายปี

สาเหตุค่าใช้จ่าย Google Ads พุ่งสูงเกินงบ

สาเหตุที่ทำให้ค่าใช้จ่ายบน Google Ads เกินงบประมาณที่ตั้งไว้จริงมีหลายสาเหตุ แต่บทความนี้ผมขอแชร์สาเหตุที่พบได้บ่อยกับเจ้าของกิจการที่ลงมือทำ Google Ads เอง หรือคนดูแลบัญชีที่ทำมาสักพักหนึ่งแล้ว ให้เข้าใจที่มาของปัญหาทั้งหมดก่อน

1. ตั้งงบประมาณเกินจริง

มีความเชื่อหนึ่งที่ถูกสอนกันมาเยอะในวงการทำแอดตั้งแต่ยุค Google Adword คือ ตั้งงบประมาณเกินจริงไปมาก เพื่อหลอกให้ Google แสดงผล แต่จ่ายเงินน้อยกว่าความเป็นจริง เพราะพยายามจะใช้ประโยชน์จากกฎการแสดงผลเกินงบ (Overdelivery) แต่ Google รู้ทันมานานแล้ว ทำให้เวลายิงแอดจริง ระบบกินเงินเกินไปมาก

การแสดงผลเกินงบ (Overdelivery) คือ Google จะแสดงผลโฆษณาเกินงบที่ตั้งไว้เมื่อเห็นโอกาสที่ดี

กฎการแสดงผลเกินงบ (Overdelivery) คือ Google จะแสดงโฆษณาเกินงบประมาณรายวัน (Daily Budget) ที่ตั้งไว้ เมื่อเห็นโอกาสที่จะทำให้โฆษณาแสดงผลได้เต็มที่ หรือชดเชยการแสดงผลในวันก่อนหน้าที่ทำได้ไม่ดี แต่ Google จะคิดเงินค่าโฆษณาในเดือนนั้นไม่เกิน 30.4 คูณด้วยงบประมาณรายวันที่ตั้งไว้

ตัวอย่าง

  • มีงบสำหรับยิงแอดแค่ 500 บาทต่อวัน
  • ตั้งงบประมาณไว้ 1,000 บาทต่อวัน

เจ้าของบัญชีหวังว่า Google จะแสดงโฆษณาให้ใช้เงินไปถึง 2,000 บาท แต่ตัวเองจ่ายจริงแค่ 500 บาท เลยชะล่าใจเติมเงินไปเผื่อ 1 สัปดาห์ แต่งบหมดไปตั้งแต่ 2 วันแรก

สูตรคำนวณงบประมาณรายวัน

เมื่อตั้งงบประมาณต่อวันไปเกินความเป็นจริงที่รับได้ ทำให้การใช้เงินต่อวันจะพุ่งสูงแปลกๆ และทำให้โฆษณาวิ่งได้ไม่นาน แถมจะไม่ค่อยมีคนติดต่อด้วย เพราะขาดความต่อเนื่อง

2. เลือกกลยุทธ์เสนอราคาผิด

ใครทำ Google Ads จะต้องรู้เป็นพื้นฐานแล้วว่า Google Ads คิดเงินตามการคลิก แต่จะมีบางกลยุทธ์เสนอราคาเท่านั้นที่ไม่ได้คิดเงินตามค่าคลิก ความเข้าใจนี้ทำให้หลายๆ คนเผลอตั้งค่ากลยุทธ์เสนอราคาบางอย่างที่ทำให้ค่าใช้จ่ายเกินงบไปมาก

สิ่งที่ต้องระวังคือ กลยุทธ์การเสนอราคาเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (Maximize Conversion) ไม่ได้คุมราคาต่อคลิก ทำให้คอลัมน์ค่าคลิกเฉลี่ย (Avg. CPC) จะสูงผิดปกติเมื่อเทียบกับตอนที่ใช้กลยุทธ์เสนอราคาเพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด (Maximize Click) ด้วยเหตุนี้เอง หลายๆ คนมักเจอค่าใช้จ่ายที่สูงผิดปกติเมื่อพึ่งเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์เสนอราคาชนิดนี้

กลยุทธ์การเสนอราคาเพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (Maximize Conversion) คือ สาเหตุที่ทำให้ราคาต่อคลิกสูง

3. ระบบการชำระเงินไม่ตรงกับบริษัท

การจัดสรรงบประมาณของแบรนด์ หรือการวางงบประมาณของเจ้าของกิจการอาจมีวิธีที่ไม่เหมือนกัน บางเจ้าวางงบเป็นรายปี บางธุรกิจตั้งงบเป็นรายเดือน เจ้าของบางคนเลือกลงเป็นรายสัปดาห์ แต่หลายๆ คนไม่ได้เข้ามาดูวิธีการจ่ายเงิน (How to pay) บน Google Ads ว่าตรงกับวิถีของตัวเองหรือเปล่า และนี้เองก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บางเดือนค่าใช้จ่ายโฆษณาเกินงบที่วางไว้

ระบบการเรียกชำระเงินของ Google Ads มีอยู่ 3 ประเภท คือ การชำระด้วยตัวเอง (Manual Payment), การตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Payment), การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

การชำระด้วยตัวเอง (Manual Payment)

การชำระเงินด้วยตัวเอง (Manual Payment) คือ การที่เพื่อนๆ เติมเงินตัวเองด้วยการหักจากบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต หรือจาก TrueMoney Wallet เข้าไปในบัญชี Google Ads ก่อน จากนั้นระบบจึงจะใช้เงินที่เราเติมเข้าไปเป็นค่าใช้จ่ายโฆษณา

การตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Payment)

การตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Payment) คือ Google Ads ยอมให้เพื่อนๆ ทำโฆษณาไปก่อน เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายโฆษณา ระบบของ Google Ads จะตัดเงินอัตโนมัติตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยหักจากบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ที่ผูกไว้กับบัญชี

ซึ่งเกณฑ์การตัดเงินอัตโนมัติของ Google จะเกิดขึ้นเมื่อถึงวันที่ 1 ของทุกเดือน หรือถึงเกณฑ์การชำระเงิน แล้วแต่อย่างใดจะมาถึงก่อน

การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

การแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing) คือ Google ให้วงเงินการทำโฆษณากับเพื่อนๆ ก่อน เมื่อเกิดค่าใช้จ่ายโฆษณา เพื่อนๆ ต้องนำใบแจ้งหนี้ไปชำระเงินที่ธนาคารภายในเวลาที่กำหนด

วิธีแก้ไขค่าใช้จ่าย Google Ads พุ่งสูงเกินงบ

เมื่อเพื่อนๆ เข้าใจที่มาที่ไปของสาเหตุที่ทำให้ค่าใช้จ่ายบน Google Ads ใช้เงินเกินงบประมาณไว้มากแล้ว แต่ยังมองภาพไม่ออกว่าต้องดูจุดไหนบนบัญชีเป็นหลัก ขั้นตอนต่อไปนี้ผมจะแชร์วิธีการที่สามารถนำไปใช้เพื่อแก้ปัญหาได้เลย

1. ตั้งงบประมาณให้ตรงกับเงินที่วางแผนไว้

ผมแนะนำให้เพื่อนๆ นำงบประมาณที่ได้รับสำหรับการทำ Google Ads หารด้วย 30.4 เมื่อได้ผลลัพท์ออกมาแล้ว ให้ตั้งงบประมาณรายวันสำหรับทุกแคมเปญไม่ให้เกินยอดนั้น วิธีนี้จะช่วยควบคุมงบประมาณบน Google Ads ให้อยู่ภายใต้งบประมาณที่เพื่อนๆ ได้รับจากเจ้านาย หรืองบที่วางแผนไว้

2. เลือกกลยุทธ์เสนอราคาให้ถูก

วัตถุประสงค์การทำโฆษณา คือ สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก่อนการทำ Google Ads เพราะจะส่งผลต่อการเลือกแคมเปญ กลยุทธ์เสนอราคา และวิธีการดูตัวเลขรายงาน

เพื่อนๆ ที่มีเป้าหมายเน้นให้คนใหม่ๆ เข้ามาในหน้าเว็บไซต์ หรือคลิกบนโฆษณาเยอะๆ ผมแนะนำให้เลือกกลยุทธ์เสนอราคาเป็น เพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด (Maximize Click) และดูตัวเลขราคาคลิกเฉลี่ย (Avg. CPC)

ส่วนเพื่อนๆ ที่ต้องการให้คนติดต่อผ่านการไลน์ หรือเน้นให้คนกดขอใบเสนอราคาเยอะๆ ผมแนะนำให้เลือกกลยุทธ์เสนอราคาเป็น เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (Maximize Conversion) ให้ดูตัวเลขจำนวน Conversion ประกอบ และไม่ต้องไปดูตัวเลข ราคาคลิกเฉลี่ย (Avg. CPC)

3. เลือกวิธีการจ่ายเงินให้ตรงกับวิถีของธุรกิจ

เพื่อนๆ ต้องดูวิถีการใช้เงินกิจการของตัวเองว่าเป็นแบบใด หากรายได้ที่รับมาเป็นต่อวัน เป็นสัปดาห์ หรือหากมีงบประมาณที่ชัดเจนว่าในเดือนหนึ่งค่าใช้จ่ายบน Google Ads ต้องไม่เกินเท่านี้ ผมแนะนำให้เลือกวิธีการชำระด้วยตัวเอง (Manual Payment)

แต่หากบริษัท หรือกิจการของเพื่อนๆ มีบัตรเครดิต หรือเดบิตที่ไว้ตัดค่าใช้จ่ายทุกอย่างของบริษัท และมีวงเงินเกินงบประมาณต่อวันค่อนข้างมาก อีกทั้งไม่อยากมานั่งเติมเงินค่าโฆษณา Google Ads ตลอดเวลา อยากปล่อยให้วิ่งตลอดเวลา ผมแนะนำให้เลือกวิธีการตัดเงินอัตโนมัติ (Automatic Payment)

ส่วนใครเป็นที่แบรนด์ใหญ่ บริษัทใหญ่ มีงบประมาณการทำโฆษณาเกินล้านบาทต่อเดือน และไม่อยากมานั่งโทรออกหาธนาคารให้อนุมัติวงเงินการทำโฆษณา หรือชำระค่าบัตรเครดิตบ่อยๆ ผมแนะนำให้เลือกการแจ้งหนี้รายเดือน (Monthly invoicing)

สรุป

ปัญหาค่าใช้จ่าย Google Ads พุ่งสูงเกินงบประมาณเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ส่วนที่พบบ่อยๆ คือ ตั้งงบประมาณต่อวันไว้เกินไปมาก อาจเพราะความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎการแสดงผลเกินงบในสมัยก่อน ต่อมาคือการเลือกกลยุทธ์เสนอราคาที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์การทำโฆษณา ทำให้ตัวเลขที่ต้องการควบคุม เกินจากที่คิดไว้มาก

สาเหตุสุดท้ายคือ ไม่เข้าใจเกี่ยวกับวิธีการชำระเงิน และเลือกไม่ตรงกับวิถีของการทำธุรกิจของตัวเอง เพื่อนๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว แต่ยังมืดแปดด้านเกี่ยวกับค่าใช้จ่าย ไม่รู้จะทำอย่างไร หรือทำตามขั้นตอนที่บทความบอกแล้ว แก้ไขไม่ได้ สามารถทักปรึกษาให้เราดูแล Google Ads ได้นะครับ