ค่าโฆษณา คือ ต้นทุนสำคัญของการขายของออนไลน์ในยุคปี 2025 นี้ ว่ากันว่าต้นทุนยิงแอด หรือค่าโฆษณาไม่ควรเกิน 30% แต่เจ้าของธุรกิจหลายคนที่ยิงแอด Google คงจะเคยตกใจกับ “ค่าคลิกแพง Google Ads” กันมาไม่มากก็น้อย และคงปวดหัวกับค่าคลิกที่แพงเหล่านี้
จากประสบการณ์ยิงแอดให้กับเจ้าของธุรกิจมาหลายปี ผมเจอคำถามเกี่ยวกับค่าคลิกแพงบ่อยมากๆ แต่ละบัญชีก็มีวิธีการแก้ไขที่คล้ายๆ กัน ผมจึงเขียนบทความนี้เพื่ออธิบายสาเหตุของค่าคลิกที่แพงขึ้นบน Google Ads รวมถึงบอกวิธีการแก้ไขในแต่จุด เพื่อให้ทุกคนสามารถเอาไปแก้ไขบัญชีตัวเอง ลดค่าโฆษณาให้ถูกลง เพิ่มกำไรจากการขายของออนไลน์ให้มากขึ้น
ค่าคลิกคืออะไร ?
ค่าคลิก หรือ Pay Per Click คือ วิธีการคิดเงินค่าโฆษณาของ Google โดยจะคิดเมื่อมีคนคลิกที่ตัวโฆษณา ไม่ว่าเพื่อนๆ จะใช้กลยุทธ์การเสนอราคาเป็น “เพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด (Maximize Click)”, “เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (Maximize Conversion)”, “เพิ่มมูลค่า Conversion สูงสุด (Maximize Conversion Value)” ในแคมเปญ SEM หรือแคมเปญ Search ล้วนแล้วแต่คิดเงินจากการคลิกที่ตัวโฆษณาทั้งสิ้น
ค่าคลิก คือ การคิดเงินค่าโฆษณาของ Google เมื่อมีคนคลิกที่ตัวโฆษณา
ค่าคลิกแพง Google Ads เกิดจากอะไร ?
ก่อนที่เราจะหาสาเหตุของค่าคลิกแพงบน Google Ads เพื่อนๆ ต้องเข้าใจพื้นฐานของการแข่งขันบน Google Ads ก่อนว่า ในการเลือกโชว์โฆษณาหรือเลือกให้ใครมีสิทธิ์แสดงผลบน Google Search ใช้หลักการอะไร
หลักการแข่งขันบน Google Ads คือ การประมูล แต่การประมูลบน Google Ads ไม่ใช่การประมูลบ้านที่กรมบังคับคดีทั่วไปที่ใครมีเงินมากสุดก็ชนะ แต่การประมูลบน Google Ads ใช้ 6 อย่างตามนี้
ราคาเสนอ (Bidding) คือ ราคาที่เรายินดีจ่ายต่อการคลิกหนึ่งครั้ง
คะแนนคุณภาพของเว็บไซต์และโฆษณา (Quality Score) คือ คะแนนที่ Google ให้กับเว็บไซต์และเนื้อหาโฆษณา
ส่วนขยายโฆษณา (Extension) คือ องค์ประกอบเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำโฆษณาที่เราเขียนเพื่อให้โฆษณาสมบูรณ์
เกณฑ์ขั้นต่ำของโฆษณา (Ad rank) คือ เกณฑ์คะแนนที่ Google กำหนดไว้ว่า การแข่งขันนี้ต้องมีคะแนนขั้นต่ำเท่าใด ถึงมึโอกาสแสดงบนผล Google Search ในตำแหน่ง 1 2 3 หรือบน SEO
สภาพการแข่งขันโฆษณา (The context of your ad) คือ Google จะตรวจสอบภาพการแข่งขันที่เกิดขึ้น ณ วินาทีนั้นว่ามีอะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการค้นหา
คู่แข่งที่อยู่ในลู่วิ่งเดียวกันกับเรา (Compatiter) คือ คู่แข่งที่ตั้งค่าโฆษณาเหมือนๆ กันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคีย์เวิร์ด สถานที่ตั้ง ภาษา กลยุทธ์โฆษณา โดยระบบจะมีการคำนวณคะแนนทั้งสอง และใช้เกณฑ์อื่นๆ มาบวกกัน ใครได้คะแนนมากสุด เว็บไซต์ก็มีโอกาสขึ้นบน Google Search
ใครที่มีคะแนนผ่านเกณฑ์และมีคะแนนมากสุด โฆษณาก็มีสิทธิ์โชว์บน Google Search ในอันดับ 1 ส่วนใครที่มีคะแนนน้อยหน่อยก็จะได้อันดับลดหลั่นลงมา
ซึ่งค่าคลิกที่แพงเกิดจากระบบพยายามจะให้โฆษณาของเพื่อนๆ โชว์บนหน้าแรก แต่คะแนนส่วนอื่นๆ น้อย ระบบจึงต้องดันค่าคลิกให้สูงขึ้น เพื่อให้โฆษณาชนะการประมูลและออกไปโชว์ให้ลูกค้าได้เห็น
ค่าคลิกแพง เกิดจากคะแนนประมูลส่วนอื่นๆ น้อย ระบบจึงต้องดันค่าคลิกให้สูงขึ้น เพื่อให้โฆษณาออกไปโชว์
มาถึงตรงนี้หลายๆ อาจมีคำถามในใจว่า
เอ๊ะ ผมก็ตั้งค่าทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ทำไมหลังๆ ค่าคลิกแพงหล่ะ ทั้งที่ไม่ได้แก้อะไร ?
สาเหตุนี้เกิดจาก คู่แข่งเข้ามามากขึ้นและพัฒนาการยิงแอดโฆษณา Google Ads ดีขึ้น คะแนนประมูลที่เราต้องใช้จึงสูงขึ้นมากกว่าเดิม หากเพื่อนๆ ตั้งค่าแบบเดิม จึงไม่แปลกที่จะทำให้ค่าคลิกแพงขึ้นกว่าเดิม
3 วิธีแก้ไขค่าคลิกแพงบน Google Ads
เมื่อเพื่อนๆ เข้าใจพื้นฐานของค่าคลิกบน Google Ads เข้าใจหลักการคำนวณ วิธีคิดค่าคลิกบนแล้ว เพื่อนๆ สามารถแก้ไขค่าคลิกที่แพงขึ้นบน Google Ads แก้ด้วยการทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. โฆษณาต้องวิ่งต่อเนื่องประมาณ 30 วัน
อัลกอริทึมบน Google Ads จะต้องใช้เวลานานกว่าแพลตฟอร์มโฆษณาอื่นๆ ยิ่งนานไป ระบบจะยิ่งนิ่งขึ้น โดยปกติแล้วเราจะตรวจสอบค่าคลิกภายในระยะเวลา 30 วันเป็นอย่างน้อย ซึ่งในช่วงระยะเวลานี้ โฆษณาจะต้องวิ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่วิ่ง 3 วัน หยุด 7 วันเพราะไม่เติมเงิน แบบนี้จะทำให้ค่าคลิกสวิงขึ้นลงอย่างมาก เพราะระบบจะต้องดันโฆษณาให้ขึ้นหลังจากเติมเงิน หลังจากหยุดวิ่งไป
สถิติ Google Ads 30 วัน
ดังนั้นใครจะตรวจสอบค่าคลิกว่าแพงหรือถูก แนะนำให้เปลี่ยนตารางข้อมูลเป็น 30 วันล่าสุดก่อน และค่อยพิจารณาข้อมูลกันนะครับ
2. เช็คกลยุทธ์เสนอราคาตรงกับค่าคลิกที่จะดู
ระบบกลยุทธ์เสนอราคาของ Google Ads คือ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค่าคลิกแพงขึ้น สาเหตุเกิดจากบางกลยุทธ์เสนอราคา ระบบจะไม่สนใจควบคุมราคาต่อคลิก แต่จะไปเน้นให้เกิดผลลัพท์สูงสุดบางอย่าง ทำให้ราคาคลิกอาจแพงขึ้นได้
เพื่อนๆ ควรเช็คกลยุทธ์เสนอราคาที่ใช้กับแคมเปญ SEM ให้ดี และดูตัวเลขให้เหมาะสมตามกลยุทธ์เสนอราคาดังนี้
ส่วนแบ่งการแสดงผล (Impression Share)
ระบบจะดันให้เกิด “จำนวนการแสดงผล” มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ตัวเลขที่ควรดูคือ “จำนวนการแสดงผล” และดูคอลัมน์ “CPC เฉลี่ย (Avg. CPC)” ประกอบว่าแพงกว่าที่ตั้งแพดานไว้จริงหรือไม่ได้
คอลัมน์กลยุทธ์เสนอราคาที่ควรเทียบเคียง
เพิ่มจำนวนคลิกสูงสุด (Maximize Click)
ระบบจะดันให้เกิด “จำนวนคลิก” มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ดังนั้นให้ดูตัวเลข “จำนวนคลิก” และดูคอลัมน์ “CPC เฉลี่ย (Avg. CPC)” ประกอบได้ว่าแพงหรือถูก
เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด (Maximize Conversion)
ระบบจะดันให้เกิด “จำนวน Conversion” มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ดังนั้นควรดูคอลัมน์ “จำนวน Conversion ที่ได้รับจริงและดู “ราคา / Conv.” ประกอบว่าค่าเฉลี่ยเท่าใด
เพิ่มจำนวนมูลค่า Conversion สูงสุด (Maximize Conversion Value)
ระบบจะดันให้เกิด” มูลค่า Conversion” มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ดังนั้นควรดูคอลัมน์ “มูลค่า Conv.” ประกอบ
ดังนั้นแล้วแคมเปญใดที่ใช้กลยุทธ์เสนอราคาที่ไมไ่ด้เน้น “คลิก” อย่าง “เพิ่มจำนวน Conversion สูงสุด” หรือ “เพิ่มจำนวนมูลค่า Conversion สูงสุด” ไม่ควรไปดูคอลัม์ “CPC เฉลี่ย (Avg. CPC) เพราะระบบไม่ได้เน้นจำนวนคลิกและควบคุมค่าคลิกแต่แรก
3. ทำให้คะแนนคุณภาพสูงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
คะแนนคุณภาพ (Quality Score) คือ คะแนนที่ระบบประเมิน โฆษณา เว็บไซต์ คีย์เวิร์ด ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ และเป็นคะแนนส่วนหนึ่งในการประมูลแข่งขันด้วย การทำให้คะแนนคุณภาพสูงสุด โอกาสที่ราคาคลิกจะถูกลงก็มีมากขึ้น เพราะคะแนนที่ใช้ในการแข่งเรามากแล้ว เพิ่มราคาคลิกอีกหนึ่งก็ได้ออกไปโชว์
คะแนนคุณภาพสูงขึ้นส่งผลให้ราคาคลิกถูกลง
วิธีทำให้คะแนนคุณภาพสูงขึ้นเพื่อนๆ สามารถทำได้ด้วยวิธีการดังนี้
คุณภาพโฆษณาต้องออกมา “ดี” หรือ “ดีเยี่ยม”
ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ปรับโฆษณาในส่วนของบรรทัดแรก (Headline) และคำอธิบาย (Description) ให้ออกมาเป็น “ดี” หรือ “ดีเยี่ยม” ด้วยการใส่ให้ครบตามที่ระบบแนะนำ เลือกคีย์เวิร์ดที่ซื้อในแคมเปญมากระจายให้อยู่ในทุกบรรทัดแรก
ประสบการณ์หน้า Landing Page ต้องดี
การออกแบบเว็บไซต์ที่ดีสำหรับการทำโฆษณา คือ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าโฆษณาถูกลง เว็บไซต์สำหรับการยิงแอดควร โหลดไว สะอาดตา เข้าได้กับทุกอุปกรณ์ มีปุ่มติดต่อชัดเจน ผมแนะนำให้จ้างมืออาชีพออกแบบเว็บไซต์ยิงแอด สำหรับใครที่ยังคงใช้ Facebook หรือ Google Site หรือเว็บ 10 กว่าปีที่แล้วนะครับ
คีย์เวิร์ดที่เพื่อนๆ เลือกใช้ควรอยู่บนคำโฆษณาอย่างบรรทัดแรก (Headline) หรือคำอธิบาย (Description) และมีคีย์เวิร์ดกระจายอยู่บนเว็บไซต์อย่างถูกต้องด้วย ไม่มากเกิน ไม่น้อยเกิน
หากเพื่อนๆ ทำให้คะแนนคุณภาพออกมาดีขึ้นกว่าเก่า โอกาสที่ราคาคลิกจะถูกลงก็มีมากขึ้น เพราะคะแนนประมูลส่วนอื่นๆ ถูกเติมเต็มแล้ว ทำให้ใช้ราคาคลิกที่น้อยลงจากแต่ก่อน
สรุป
ค่าคลิกแพง เกิดจากระบบพยายามดันโฆษณาให้ออกไปแสดงผล แต่คะแนนส่วนอื่นๆ น้อยจึงต้องดันให้ราคาคลิกสูงกว่าคู่แข่ง โดยระบบการแข่งขันของ Google Ads ใช้การประมูล มีคะแนน 6 อย่างประกอบการแข่งขัน คือ ราคาเสนอ (Bidding), คะแนนคุณภาพของเว็บไซต์และโฆษณา (Quality Score), ส่วนขยายโฆษณา (Extension), เกณฑ์ขั้นต่ำของโฆษณา (Ad rank), สภาพการแข่งขันโฆษณา (The context of your ad) , คู่แข่งที่อยู่ในลู่วิ่งเดียวกันกับเรา (Compatiter)
วิธีการแก้ไขค่าคลิกแพง Google Ads ทำได้ด้วยการ 1. ให้โฆษณาวิ่งยาวๆ ตลอด 30 วันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ระบบอัลกอริทึมเสถี่ยร เติมเงินโฆษณาอย่างสม่ำเสมอให้โฆษณาวิ่งยาวๆ 2. ตรวจสอบคอลัมน์ให้ถูกต้องตามกลยุทธ์เสนอราคา หากใช้กลยุทธ์เสนอราคาที่ระบบดันอย่างอื่น ก็ไม่ควรไปดูราคาต่อคลิก 3. ทำให้คะแนนคุณภาพสูงสุด เพราะคะแนนคุณภาพคือปัจจัยหนึ่งในการประมูล ด้วยการ ทำให้โฆษณาออกมา “ดี” หรือ “ดีเยี่ยม” ออกแบบเว็บไซต์อย่างมืออาชีพ ทำให้คีย์เวิร์ดเกี่ยวข้องทั้งหมด
หากเพื่อนๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังเจอปัญหาคลิกแพงบน Google Ads อีก และแก้ไม่ตกเสียที เพื่อนๆ สามารถทักปรึกษาทีมยิงแอด ของเรา หรือให้เราทำหน้าที่ดูแลโฆษณาแทนเพื่อนๆ ได้ จะได้หมดกังวลเรื่องโฆษณาต่อไป เพราะเรามีทีมงานที่เคยดูแลบัญชี Google Ads มากกว่า 1000 บัญชี ผ่านมาแล้วทุกอุตสาหกรรมเคยดูแลครับ