ยิงแอดเครื่องจักรบน Google Ads อย่างไรให้มีคนทักและได้ยอดขาย

ยิงแอดเครื่องจักรบน Google Ads อย่างไรให้มีคนทักและได้ยอดขาย

ยิงแอดเครื่องจักร Google Ads ยังคงเป็นช่องทางทำเงินของหลายกิจการตั้งแต่เริ่มมี Google Adword เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังทำรายได้อยู่เรื่อยๆ สาเหตุเป็นเพราะคนไทยยังคงนิยมค้นหาข้อมูลเชิงลึกบน Google Search เป็นหลัก สังเกตได้จากจำนวนส่วนแบ่ง Search Engine ของประเทศไทยที่เจ้าตลาดยังคงเป็น Google Search

นอกเหนือจากนั้นเจ้าของโรงงาน วิศวกร ฝ่ายจัดซื้อของกลุ่มธุรกิจ B2B ก็มักหาข้อมูล หา Supplier หาสินค้า เครื่องจักร อุปกรณ์ วัสดุ ชิ้นส่วนการผลิตจาก Google Search เช่นเดียวกัน ดังนั้นการทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Googel Search จึงเป็นช่องทางสร้างรายได้ของกลุ่มธุรกิจนี้ได้อย่างดี

แต่การตลาด B2B บน Google Ads ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เปิดบัญชีแล้วจะทำได้เลย และไม่ใช่เรื่องยากไกลตัวที่ทำไม่ได้ บทความนี้ผมจะแชร์เทคนิคที่จะช่วยลดข้อผิดพลาด เพิ่มจุดแข็งของธุรกิจกลุ่มนี้ให้ทุกคนแบบฟรีๆ กันไปเลย

1. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายก่อนเริ่มยิง Google Ads

สิ่งสำคัญลำดับแรกๆ ก่อนการเปิดบัญชี Google Ads หรือการสร้างแคมเปญ Search คือ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ว่าจะยิงแอดเครื่องจักรไปหาใคร ซึ่งตรงนี้ต้องทำความเข้าใจลักษณะของกลุ่มเป้าหมายให้ละเอียดว่า คนที่จะมาซื้อเครื่องจักรเป็นใคร ต้องการหาผลิตภัณฑ์อะไร ข้อมูลอะไรบ้างที่เขาต้องการรู้ พฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็นเป็นแบบใด เรื่องเหล่านี้ต้องพยายามเก็บข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะจะส่งผลต่อความแม่นยำในการลงโฆษณา Google และการตั้งค่าอื่นๆ ด้วย

การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย คือ สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อจะยิงแอดขายเครื่องจักร

ศัพท์การตลาดในขั้นตอนนี้คือ การทำ Persona ของสินค้าที่กำลังจะขาย ซึ่งควรมีข้อมูลพื้นฐานครอบคลุมตามหัวข้อดังนี้

  • ข้อมูลพื้นฐานประชากร เช่น เพศ อายุ รายได้ สถานที่ตั้ง
  • ปัญหาที่เจอ เช่น ต้องการหาสินค้าตรงสเปกเข้าโรงงาน หาสินค้าคุณภาพดีไม่ดี
  • ความสนใจและพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เช่น สนใจเรื่องการเงิน บ้านและสวน
  • สิ่งที่กลุ่มเป้าหมายตั้งใจหาข้อมูลหรือวางแผน เช่น ตั้งใจหาข้อมูลเรื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง
  • ประเภทของเนื้อหาที่มักเสพ เช่น อ่านบนเว็บไซต์, ดู YouTube หาข้อมูล, อ่านหนังสือ

ข้อมูลทั้งหมดสามารถศึกษาและเก็บข้อมูลผ่านวิธีการดังต่อไปนี้

  • สัมภาษณ์ลูกค้า
  • วิเคราะห์จากคู่แข่ง เช่น เว็บไซต์
  • เว็บไซต์วิเคราะห์การตลาด

2. วิเคราะห์คีย์เวิร์ดกลุ่ม “ยิงแอดเครื่องจักร” บน Google Search

เรื่องต่อมาที่ต้องทำหลังวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายคือ วิเคราะห์คีย์เวิร์ดกลุ่มเป้าหมายว่าเขาใช้คำใดในการค้นหา เพราะหากคุณรู้จักเขาอย่างเดียว แต่ไม่รู้ว่าเขาค้นหาด้วยคำอะไรก็คือจบเช่นกันการยิง Google Ads ก็จะเสียเงินไปเปล่าๆ เนื่องจากคุณอาจต้องเสียเงิน เสียเวลาในการหาคีย์เวิร์ดที่ตรงกับสินค้าเครื่องจักร

Google Keyword Planner
Google Keyword Planner

เทคนิคในการหาคีย์เวิร์ด หรือ Keyword Research ควรได้คำคีย์เวิร์ดประมาณ 10-20 คีย์เวิร์ดก็เพียงพอในการยิงแอด Google แล้ว สามารถใช้เครื่องมือช่วยของ Google อย่าง Keyword Planner หรือจะใช้การวิเคราะห์แบบดิบๆ เลยก็ได้เช่น การหาคีย์เวิร์ดจากเว็บไซต์คู่แข่งเป็นต้น

3. ทำเว็บไซต์ขายเครื่องจักรให้เป็นตัวจริงของเรื่องนั้นๆ

สิ่งสำคัญลำดับที่สามในการยิงแอดเครื่องจักร คือ ทำเว็บไซต์ขายเครื่องจักรให้ปิดการขายด้วยตัวมันเอง เพราะเว็บไซต์คือพนักงานเซลล์คนแรกของบริษัทที่เจอลูกค้า ดังนั้นหากบริษัทเป็นเบอร์หนึ่งของวงการขายเครื่องจักรสาขานั้นๆ เว็บไซต์ก็ควรแสดงออกมาให้เห็นตรงนี้ด้วย

เว็บไซต์ คือ เซลล์คนแรกที่จะทำหน้าที่ขายเครื่องจักรแทนบริษัท

เว็บไซต์ขายเครื่องจักรที่ดีสำหรับการลงโฆษณา Google Ads คือ มีคีย์เวิร์ดเครื่องจักรตามหน้าต่างๆ ลงสเปกเครื่องจักรแบบละเอียด หรือลงข้อมูลที่ลูกค้ามักถามบ่อยๆ สร้างปุ่มขอใบเสนอราคาตัวใหญ่ๆ ให้มองเห็นทุกหน้าเมื่อเลื่อนลงดูรายละเอียดสินค้าจนหมด สร้างปุ่มไลน์ ปุ่มโทรให้เห็นง่ายๆ หรือถ้าสินค้าอาจต้องใช้การอธิบายข้อมูลซ้ำๆ อาจลงคลิปอธิบายการทำงานพื้นฐานไว้เลย

ออกแบบเว็บไซต์บริษัทมืออาชีพ
ออกแบบเว็บไซต์บริษัทมืออาชีพ

เพราะจุดตายที่ผมเคยเข้าไปช่วยให้คำแนะนำการยิงแอด Google คือ เว็บไซต์ไม่มืออาชีพ ยังเป็นเว็บเก่าเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ออกแบบไม่สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญของวงการ ทำให้แอดยิงไปแล้วไม่ค่อยได้การติดต่อหรือยอดขาย หากโรงงานหรือบริษัทมีทีมงานพัฒนาเว็บไซต์อยู่แล้ว ควรปรับจุดนี้ก่อน หรือหากไม่มีทีมงานของบริษัทที่เชี่ยวชาญเรื่องนี้ อาจจ้างมืออาชีพออกแบบเว็บไซต์บริษัทหรือเว็บไซต์โรงงานไปเลย เสียเงินนิดหน่อยแต่แลกกับความน่าเชื่อถือ ความคุ้มค่าในระยะยาว

4. เลือกลงโฆษณา Google Ads ให้ถูกวิธี

หลังจากวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด เข้าใจพฤติกรรมการเสพข้อมูล เข้าใจคีย์เวิร์ดที่กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าใช้ถึงเวลาเลือกทำ Google Ads ให้ถูกจริตกับลูกค้าด้วยการเลือกสร้างบัญชี Google Ads แบบมืออาชีพและเลือกแคมเปญให้ถูกต้อง เพราะสิ่งที่ผมเคยเจอคือ เลือกใช้ Smart Campaign ในการยิงแอดขายเครื่องจักร ผลที่ตามมาคือ เสียเงินและคนโทรมาไม่ตรงกับสินค้าที่ขาย

แคมเปญ Search เหมาะที่สุดสำหรับการยิงแอดขายเครื่องจักร

การยิงแอดขายเครื่องจักรบน Google Ads ควรใช้เพียงแคมเปญ Search เท่านั้น เพราะพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มนี้ยังคงใช้เพียง Google Search ในการค้นหาข้อมูลสินค้า เปรียบเทียบราคา ดังนั้นเป้าหมายของการลงโฆษณา Google คือ ทำให้เว็บไซต์ขึ้นหน้าแรกเหนือ SEO ให้ไวที่สุด นานที่สุด และตรงคีย์เวิร์ดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากทำแบบนั้นได้ เชื่อว่าจำนวนการติดต่อในแต่ละวันย่อมมีอยู่แล้ว

5. ขายของราคาสูง งบโฆษณาต้องถึง

เรื่องสุดท้ายที่สำคัญในการยิงแอดขายเครื่องจักรบน Google Ads คือ งบประมาณรายเดือนต้องแข่งขันได้ เพราะหลายครั้งที่เคยเข้าไปให้คำแนะนำธุรกิจกลุ่มนี้มักเข้าใจว่าตั้งงบประมาณน้อยนิดก็แข่งขันได้แล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วไม่เสมอไป บางธุรกิจที่มีมูลค่าเครื่องจักรสูง ระบบของ Google ก็รู้เช่นเดียวกันว่ามันราคาแพง มันก็ไม่ยอมให้เราเสียค่าคลิกถูกๆ ดังนั้นงบประมาณสำหรับการลงโฆษณาต้องดูตามราคาคลิก

สูตรคำนวณงบประมาณรายวันและรายเดือน
สูตรคำนวณงบประมาณรายวันและรายเดือน

สูตรที่ใช้ในการตั้งงบประมาณต่อวันบน Google Ads คือ ราคาคลิกเฉลี่ย (Avg.CPC) คูณ 20 ตัวเลข 20 มาจากจำนวนคลิกที่ควรทำได้ในแต่ละวัน ถ้าระบบหาใน 20 คลิกต่อวัน แล้วสมมติค่าเฉลี่ยในการติดต่อคือ 10 ต่อ 1 อย่างน้อยในวันนั้นก็จะได้คนติดต่อ 2 คนแล้ว อีกอย่างเลข 20 นี้เป็นข้อมูลที่ทางเจ้าหน้าที่ Google Ads เคยแชร์กับทางทีมงานของเรา

สำหรับการคำนวณงบประมาณรายเดือนในการยิง Google Ads คือ งบประมาณรายวัน คูณ 30.4 ซึ่งตัวเลข 30.4 คือ ค่าเฉลี่ยที่ระบบจะหักเงินสูงสุดในแต่ละเดือน ดังนั้นควรเตรียมเงินให้เพียงพอสำหรับการวิ่งโฆษณาต่อเนื่องในเดือนนั้นๆ เพราะหากเปิดแคมเปญวิ่งไปแล้ว เงินหมดไปก่อนระหว่างเดือน โฆษณาอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวกลับมาวิ่งอีกครั้ง เสียทั้งเวลาในการรอระบบ เสียโอกาสลูกค้าในช่วงแคมเปญเงินหมด เผลอๆ อาจเสียลูกค้ารายใหญ่ไปด้วย

สรุป

การยิงแอดขายเครื่องจักรบน Google Ads ต้องทำการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายให้ละเอียด หรือทำ Persona ให้เข้าใจข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มลูกค้าก่อนว่าเป็นใคร มีพฤติกรรมแบบไหน ชอบเสพสื่อแบบใด ต่อมาคือการวิเคราะห์คีย์เวิร์ดที่เขาใช้ว่ารู้จักเครื่องจักรนี้ด้วยคำอะไร เพราะหากไม่รู้คำคีย์เวิร์ดอาจต้องเสียเวลาในการทดสอบโฆษณาอีกนานเรื่องที่ต้องเตรียมนอกเหนือจากข้อมูลคือ เว็บไซต์บริษัทต้องเป็นมืออาชีพ มีข้อมูลรายละเอียดสินค้าเบื้องต้นครบถ้วน มีข้อมูลที่ลูกค้าชอบถามซ้ำๆ เตรียมพร้อมไว้ สร้างปุ่มขอใบเสนอราคา ปุ่มไลน์ ปุ่มโทรให้ชัดเจน กดใช้งานได้

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วถึงเวลาเลือกแคมเปญให้ถูกต้องสำหรับธุรกิจ ซึ่งการขายสินค้ากลุ่มนี้เหมาะกับแคมเปญ Search เท่านั้น เพราะเป้าหมายในการลงโฆษณา Google คือ ทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google Search ให้ไวที่สุด การเลือกแคมเปญอื่นๆ อาจไม่ตอบโจทย์ สุดท้ายคือเรื่องของงบประมาณ ตรงนี้ทางทีมการตลาดหรือเจ้าของต้องเตรียมเงินเผื่อไว้ให้โฆษณาวิ่งยาวๆ เต็มเดือนได้ เพราะหากโฆษณาวิ่งๆ หยุดๆ อาจกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวมได้

ใครที่อ่านมาถึงจุดนี้แล้วยังรู้สึกว่าไม่มั่นใจในการยิงแอด Google ขายเครื่องจักร หรือทำไปแล้วเกิดปัญหาเสียเงินแต่ไม่มีคนทัก ไม่มีคนติดต่อ ผมแนะนำให้กันเงินส่วนหนึ่งมาจ้างมืออาชีพรับยิงแอดขายเครื่องจักรกับทีมงานเราดีกว่า ปล่อยเรื่องปวดหัวอย่าง Google Ads ให้เราดูแล แล้วทีมงานคุณทำเรื่องที่ถนัดไปเลยจะดีกว่า