GDN คือ เครือข่ายการแสดงผลบน Display ของ Google ซึ่งประกอบด้วยเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มวิดีโอที่อนุญาตให้ Google วางโฆษณาได้ โดยแลกกับการจ่ายเงินให้กับเจ้าของ แต่ในอีกความหมายหนึ่งที่คนยิงแอด Google เข้าใจคือประเภทของแคมเปญหนึ่งที่ไว้สร้างเพื่อให้เกิดการรับรู้ (Awareness) หรือเพื่อให้เกิด Conversion
บทความนี้ผมจะอธิบาย 5 เรื่องที่คนยิงแอด Goolge ควรรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับ GDN ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าของแบรนด์พลาดท่า และเพื่อให้เจ้าของบัญชีได้ใช้ประโยชน์ในการยิง Google Ads ด้วย GDN อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดและได้อัตราการติดต่อมากขึ้น
GDN คืออะไร ?
GDN ย่อมาจาก Google Display Network หมายถึงเครือข่ายเว็บไวต์ แอป วิดีโอบนโลกอินเตอร์เน็ตที่ยอมให้ Google วางโฆษณาแลกกับรายได้หรือส่วนแบ่งจาก Google ซึ่งมีเว็บไซต์ในเครือกว่า 3 ล้านแห่งและอีกกว่า 650,000 แอป ในที่นี่รวมถึงพื้นที่ของ Google เองอย่าง YouTube, Gmail ด้วย
GDN หมายถึงเครือข่ายเว็บไซต์ แอป แพลตฟอร์มวิดีโอที่ยอมให้ Google วางโฆษณาเพื่อแลกกับส่วนแบ่งโฆษณา
แคมเปญ GDN คืออะไร ?
แคมเปญ GDN คือ แคมเปญดิสเพลย์ (Display Campaign) ที่สร้างเพื่อให้โฆษณาแสดงผลบนเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ซึ่งจะแสดงผลบนเว็บ แอป แพลตฟอร์มวิดีโอ ลักษณะโฆษณาจะเป็นแบนเนอร์สวยๆ หรือเป็นข้อความผสมแบนเนอร์ ตำแหน่งโฆษณา GDN มักจะอยู่ซ้ายขวา หรือข้างล่างของเว็บไซต์
แคมเปญ GDN คือ แคมเปญ Display ที่สร้างขึ้นเพื่อให้โฆษณาแบนเนอร์รูปภาพแสดงผลบนเครือข่าย GDN นั้นเอง
ถ้าหากใครยังนึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงเวลาที่เพื่อนๆ เข้าเว็บไซต์ข่าวชื่อดังของเมืองไทย เรามักจะเห็นแบนเนอร์โฆษณาซ้ายขวา หรือโฆษณาขึ้นตรงกลางหน้าจอที่มีปุ่ม x เล็กๆ ให้เรากดปิด นั้นแหละครับที่เรียกว่าโฆษณา GDN
ตัวอย่างโฆษณา GDN
แบนเนอร์โฆษณา GDN
1. วัตถุประสงค์แคมเปญ GDN ที่ควรนำไปใช้
จุดประสงค์หลักของการสร้างแคมเปญ GDN ก็เพื่อให้แบรนด์เป็นที่รู้จักโดยไม่ต้องมีการค้นหาใดๆ ก่อน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเปิดตัวสินค้าหรือบริการใหม่ให้คนรู้จักเป็นวงกว้าง หรืออีกกรณีที่ใช้กันบ่อยคือเป็นการสร้างเพื่อให้เกิด Conversion อย่างเช่นการซื้อของ การติดต่อ ซึ่งโดยมักแล้วจะใช้กับการทำ Remarketing เป็นหลัก
2. ขนาด GDN ที่ควรใช้
แคมเปญ GDN บนบัญชี Google Ads อนุญาตให้สร้างด้วยการอัปโหลดรูปภาพแบนเนอร์โดยตรง หรือจะเป็นการผสมผสานโฆษณาอย่าง Responsive Display Ads ก็ทำได้ หากเราอ้างอิง Help Center ของ Google Ads จะอ่านเจอหลายบนความที่กล่าวถึงขนาด GDN ที่สามารถใช้ได้ แต่เอาเข้าจริงแล้วมีขนาดที่แสดงผลได้ดีไม่เท่าไหร่ที่เพื่อนๆ ควรใช้ ซึ่งผมสรุปให้ตามนี้
ขนาดแบนเนอร์ GDN ที่ใช้กันบ่อย (pixels)
120 x 600
160 x 600
240 x 400
300 x 600
320 x 50
320 x 100
300 x 250
336 x 280
468 x 60
728 x 90
900 x 1600
970 x 90
1200 x 628
1200 x 1200
ขนาด GDN Mobile ที่ประสิทธิภาพดี (pixels)
300 x 250
320 x 50
320 x 100
250 x 250
200 x 200
ขนาด GDN Desktop ประสิทธิภาพดี (pixels)
300 x 250
336 x 280
728 x 90
300 x 600
160 x 600
970 x 90
468 x 60
250 x 250
200 x 200
เพื่อนๆ สามารถให้ทีมกราฟฟิกสร้างแบนเนอร์ Art work เดียวกันแต่คนละขนาด จากนั้นอัปโหลดลงบัญชี Google Ads ได้เลย
3. กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
หนึ่งในปัญหาใหญ่ของคนทำแคมเปญ GDN แล้วไม่ค่อยได้ผลลัพท์ที่ดีคือ กำหนดกลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไป ซึ่งมักมาจากการคิดประมาณว่า “ก็เราทำแคมเปญ Awareness ควรหว่านอยู่แล้ว” คำพูดนี้ก็จริงในระดับหนึ่ง
แต่ทีมการตลาดเองควรวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ให้ลึกลงในระดับหนึ่งเพื่อให้โฆษณามี CTR หรือ Conversion ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย เพราะการทำ GND มีต้นทุนแฝงหลายอย่างนอกเหนือจากการโฆษณาอยู่แล้ว ดังนั้นหากจะลงมือทำจริงอาจต้องละเอียดนิดหนึ่งถึงจะได้ผลลัพท์ที่ดีครับ
4.เทคนิคการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย GDN
เพื่อนๆ ที่ยังไม่มีไอเดียในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอาจลองใช้เทคนิคดังต่อไปนี้เพื่อหาว่าใครที่เหมาะจะเป็นลูกค้าของเราในการทำ GDN เพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การสัมภาษณ์กลุ่มลูกค้าตัวอย่างที่อาจเคยใช้สินค้าเพื่อนๆ มาแล้วผ่านช่องทางอื่นเช่น Facebook, Tiktok เป็นช่องทางหนึ่งในการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายได้ดี เพื่อนๆ ควรแอบดูโปรไฟล์ของลูกค้าว่า เขาคืออะไร เพศอะไร ทำงานอะไร รายได้เท่าไหร่ สถานที่อาศัย มีความสนใจด้านใดบ้าง เหตุผลหลักที่ตัดสินใจซื้อ ซึ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลชั้นดีในการวิเราะห์เพื่อนำมาใช้กับแคมเปญ GDN
หนึ่งในวิธีที่สามารถใช้ได้เพื่อการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายคือการดูการตลาดของคู่แข่ง จากนั้นสังเกตการโต้ตอบของลูกค้าบนแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Tiktok, Instagram ว่าโปรไฟล์ของกลุ่มนี้เป็นแบบใด หลังจากได้รูปแบบที่คล้ายๆ กันแล้วเพื่อนๆ สามารถเอามาใช้ในแคมเปญ GDN ได้
ใช้ข้อมูลจากระบบ Google Ads แนะนำ
เพื่อนๆ ที่ยิง Google Ads มาก่อนแล้วด้วยแคมเปญ Search อาจเห็นคำแนะนำของระบบขึ้นแจ้งเตือนว่าคนที่โต้ตอบกับโฆษณาเป็นคนกลุ่มใด ซึ่งหมวดหมู่ที่ผมแนะนำให้ดูคือ กลุ่มเป้าหมายที่ Google จัดหมวดหมู่ไว้ เพื่อนๆ อาจใช้คำแนะนำจากระบบที่แสดงผลมาปรับใช้กับแคมเปญ GDN ได้เลย
5. ขนาด Remarketing ควรใหญ่เพียงพอ
สิ่งหนึ่งที่คนคิดจะใช้กลยุทธ์ Remarketing ด้วยแคมเปญ Display ต้องคำนึงถึงคือ ขนาดของ Remarketing ที่ใช้ได้กับแคมเปญ Display เพราะถ้ามีจำนวน Active User น้อยกว่า 100 ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา ระบบจะถือว่า “เล็กเกินไป”
ผลที่เกิดขึ้นหากขนาด Remarketing เล็กเกินไปคือ โฆษณา GDN ไม่แสดงผล ทำให้โฆษณาไม่กินเงิน ไม่แสดงผลออกไปหากลุ่มเป้าหมายเลย
สรุป GDN คือ ?
หาถามว่า GDN คืออะไรในมุมของคนยิงแอด Google จะมองได้ 2 ความหมายคือ GDN ที่แปลว่า Google Display Network หมายถึงเครือข่ายเว็บไวต์ แอป วิดีโอบนโลกอินเตอร์เน็ตที่ยอมให้ Google วางโฆษณาแลกกับรายได้หรือส่วนแบ่งจาก Google ส่วนอีกความหมายหนึ่งคือแคมเปญ Display นั้นเอง
ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับ GDN คือ ควรเลือกขนาดรูปแบนเนอร์ให้เหมาะสมกับระบบแนะนำ มีแบนเนอร์รูปแบบเดียวกันแต่คนละขนาด ควรใช้แคมเปญ GDN เมื่อต้องการเน้นให้เกิดการรับรู้ หรือต้องการ Remarketing ควรวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเบื้องต้นก่อน ไม่ควรยิงหว่านเกินไปเพราะจะทำให้เสียค่าโฆษณาโดยใช่เหตุ ในกรณีที่ต้องการทำ Remarketing อาจต้องระวังเรื่องของขนาดให้เหมาะสมก่อน อย่างน้อยต้องมี 100 User ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา
หากเพื่อนๆ สนใจทำแคมเปญ GDN แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง สามารถทักปรึกษาทีมยิงแอด ของเราได้ เรามีผู้เชี่ยวชาญแนะนำตลอดเวลาครับ