5 เทคนิคทำ Remarketing Google Ads ให้ติดตาลูกค้า

5 เทคนิคทำ Remarketing Google Ads ให้ติดตาลูกค้า

การทำโฆษณา Google Ads เพื่อให้คนติดต่อเข้ามาหรือสั่งซื้อของบนเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะลูกค้ามีตัวเลือกในการเปรียบเทียบสินค้า ตรวจสอบข้อมูลค่อนข้างละเอียด อีกทั้งพฤติกรรมของลูกค้าก็เดายากขึ้นเรื่อยๆ เทคนิคหนึ่งที่จะกระตุ้นช่วยให้เกิดการติดต่อหรือการซื้อมาขึ้นคือการทำ Remarketing Google Ads ซึ่งในบทความนี้ผมจะแชร์ทริกในการทำเพื่อให้ได้ Conversion Rate สูงๆ มาฝากครับ

Remarketing Google Ads คืออะไร ?

Remarketing คือ การส่งโฆษณาซ้ำไปหาคนเดิมที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาแล้ว ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเคยเห็นโฆษณาวิดีโอบน YouTube แต่ไม่มีการซื้อ เราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลคนเคยดูวิดีโอผ่านโฆษณา จากนั้นส่งโฆษณา Email เข้าไปหาคนที่เคยดูวิดีโอโฆษณาแต่ไม่ซื้ออีกครั้ง เพื่อกระตุ้นให้เกิด Conversion อย่าง การติดต่อ หรือการซื้อ

Remarketing คือ การส่งโฆษณาซ้ำไปหาคนที่เคยเห็น ดู หรือมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาแล้ว

การทำ Remarketing บน Google Ads จะเน้นทำเฉพาะคนที่เคยเห็นโฆษณา Google Ads เท่านั้น โดยจะต้องมีการเก็บข้อมูลบนบัญชี Google Ads เป็นหลัก หรือถ้าจะทำไปยังคนที่เคยเห็นโฆษณาจากที่อื่นอาจต้องให้ลูกค้าเข้าเว็บไซต์ให้ได้ และส่งโฆษราไปยัง YouTube อีกครั้ง

เตรียมข้อมูลทำ Remarketing

ก่อนทำ Remarketing เพื่อนๆ ต้องมีการเก็บข้อมูลลูกค้าก่อนซึ่งถ้าต้องการทำ Remarketing ไปหาคนที่เคยเข้าเว็บไซต์อาจต้องติดตั้ง Remarketing แท็กให้เรียบร้อย ส่วนถ้าใครต้องการทำ Remarketing บน YouTube ต้องเชื่อมบัญชี YouTube เข้ากับ Google Ads ให้เรียบร้อยก่อน

ขนาดข้อมูลลูกค้าคือสิ่งสำคัญในการทำ Remarketing

เมื่อติดตั้งแท็กและเชื่อมบัญชี YouTube เรียบร้อย ขั้นตอนต่อมาคือการสร้างเงื่อนลูกค้าที่ต้องการเก็บ ซึ่งต้องทำก่อนล่วงหน้าประมาณ 30 วันเพื่อให้มีขนาดเพียงพอในการทำแคมเปญ Remarketing ไม่เช่นนั้นโฆษณาจะไม่แสดงผล

ขนาด Remarketing Google Ads

เทคนิคทำ Remarketing ให้ได้ผลลัพท์สูงสุด

1. เก็บข้อมูลลูกค้าให้ละเอียดที่สุด

ข้อมูลลูกค้าแบบละเอียด คือ สิ่งสำคัญในการทำ Remarketing บน Google Ads ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะเราจะได้พฤติกรรมเฉพาะที่ตรงกับสินค้าหรือบริการที่ต้องการขาย

สร้างกลุ่มเป้าหมายให้ละเอียด
สร้างกลุ่มเป้าหมายให้ละเอียด

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ขายสินค้า 10 อย่าง ควรสร้างกลุ่มเป้าหมาย (Audience) ที่เคยเข้ามาเว็บไซต์เฉพาะหน้าสินค้าแต่ละตัวแยกกันออกไป ไม่ควรทำกลุ่มเป้าหมายคนเข้ามาหน้าหลักอย่างเดียว เพราะอาจไม่สามารถแยกได้ว่าคนเข้ามาหน้าเว็บ เข้ามาจากคีย์เวิร์ดอะไรหรือมาดูสินค้าตัวไหน ถ้าเกิดทำโฆษณา YouTube ก็ควรทำกลุ่มเป้าหมายแยกตามคลิปสินค้าไปเลย

2. เขียนคำโฆษณากระตุ้นให้ตัดสินใจ

การทำโฆษณาแบบ Remarketing ให้ไปหาคนเดิมที่เคยเห็นโฆษณามาแล้ว ต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายสะดุด หยุด และต้องคลิกเข้ามาที่โฆษณา ซึ่งสิ่งที่กระตุ้นได้ดีที่สุดคือ โปรโมชั่น ระยะเวลาจำกัด ข้อเสนอพิเศษเฉพาะคนเห็นโฆษณา โค้ดส่วนลดเฉพาะคนเห็นแอด ซึ่งเจ้าของแบรนด์ควรทำโปรโมชั่นแยกเฉพาะคนที่เคยเห็นโฆษณานี้เท่านั้นเพื่อวัดผลในอนาคต

สร้างโปรโมชั่น ระยะเวลาจำกัด ข้อเสนอพิเศษเฉพาะคนเห็นโฆษณา โค้ดส่วนลดเฉพาะคนเห็นแอด RMKT

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ โค้ดโปรโมชั่นลดประจำเดือนของแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada 5.5 6.6 ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถดูแบนเนอร์โฆษณาเป็นตัวอย่าง และนำไปปรับใช้กับชิ้นงานโฆษณาแบรนด์ตัวเองได้

3. ส่งโฆษณาทั่วแพลตฟอร์ม

การทำโฆษณา Google Ads สามารถส่งโฆษณาไปยัง Google Search, Gmail, YouTube, Feed Discovery ได้ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมพบว่าหลายๆ คนมักทำโฆษณาแค่ Google Search อย่างเดียว ซึ่ง ณ ตอนนี้มันไม่เพียงพอ เพราะพฤติกรรมลูกค้าไม่ใช่แค่ค้นหาอย่างเดียวแล้ว พวกเขาดู YouTube เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ทำ Remarketing ข้ามประเภทแคมเปญ เช่น Search ไป YouTube

หลายๆ คนทำ Remarketing แบบ Search อย่างเดียว มันอาจใช้ได้ในยุคก่อนหน้า แต่ในยุคนี้ผมแนะนำให้ทำข้ามไปยัง YouTube หรือ GDN ไปด้วยเลย เพราะเราไม่รู้ว่าลูกค้าอยู่ที่ไหนบ้างในแต่ละวัน การที่เขาเห็นโฆษณาของเพื่อนๆ อีกรอบในทุกช่องทางจะช่วยให้เพิ่มโอกาสได้ Conversion มากขึ้น

4. ใช้ Google AI เสริมพลังกลุ่มเป้าหมาย

นอกเหนือจากการส่งโฆษณาไปหาคนเดิมที่เคยเข้ามาในเว็บไซต์ หรือดูวิดีโอแล้ว การใช้พลัง Google AI ในการส่งโฆษณาก็จะช่วยให้การทำ Remarekting ดีขึ้น วิธีในการใช้พลังของ AI คือ การใช้สัญญาณกลุ่มเป้าหมายบน Performance Max หรือใช้สร้างกลุ่มเป้าหมายบน Demand Gen

ใช้พลัง Google AI เสริมการทำงานของแคมเปญ Remarketing ให้เข้าถึงคนได้มากขึ้น

การใช้พลัง AI ของ Google จะช่วยให้ส่งโฆษณาไปยังคนที่มีลักษณะเหมือนกันหรือคล้ายกันกับกลุ่มคนที่เคยดูเว็บไซต์หรือดูวิดีโอ

5. แยกโฆษณาเฉพาะกลุ่ม

เทคนิคสุดท้ายในการทำโฆษณา RMKT ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ การทำโฆษณาแยกเฉพาะกลุ่ม เช่น เขียนคำโฆษณาไปหาคนที่เคยดูสินค้า A ให้แตกต่างกับคนที่เคยเข้ามาดูสินค้า B แยกโฆษณาไปหาคนที่ดูบนมือถือให้แตกต่างกับคนที่เข้าบนคอมพิวเตอร์

ทำคลิปโฆษณวิดีโอ RMKT ให้แตกต่างจากคลิปทั่วไป เช่น กระตุ้นให้ตัดสินใจสำหรับคนดูคลิปนี้ โปรโมชั่นหมดภายในสิ้นเดือน โค้ดลับเฉพาะคนดูวิดีโอนี้เท่านั้น

สรุป

การทำโฆษณา Google Ads Remarketing คือ การส่งโฆษณาไปหาคนเดิมที่เคยเข้าเว็บไซต์หรือดูวิดีโอจากโฆษณามาแล้ว มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้คนกลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อ เพื่อเพิ่มยอดขายหรือยอดการติดต่อให้มากขึ้น

เทคนิคการทำให้มีประสิทธิภาพทำได้โดยการเก็บข้อมูลให้ละเอียด เขียนคำโฆษณาเฉพาะ ใช้ Google AI ในการขยายกลุ่มเป้าหมาย ส่งโฆษณาให้ละเอียดแยกกลุ่ม และทำโฆษณาส่งทั่วแพลตฟอร์ม หวังว่าเพื่อนๆ จะได้เทคนิคในการทำไปใช้กับัญชีตัวเองนะครับ