Target ROAS คือ ? คนทำแอดแบบไหนควรใช้กลยุทธ์นี้

Target ROAS คือ ? คนทำแอดแบบไหนควรใช้กลยุทธ์นี้

เป้าหมายของคนทำออนไลน์คือ ยอดขายสินค้าที่มากและมีกำไรเหลือไว้ใช้ในการทำธุรกิจต่อไปได้ สำหรับคนที่มาสายยิงแอดก็ต้องมานั่งคำนวณว่าส่วนต่างของยอดขายเทียบกับต้นทุนโฆษณา ต้นทุนสินค้าทั้งหมดคือเท่าไหร่ ซึ่งหลายๆ คนคงคุ้นเคยกับคำว่า ROAS แต่หลายคนอาจสงสัยว่าเจ้า Target ROAS คือ ?

บทความนี้ผมจะอธิบายรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับ ROAS เป้าหมาย ตั้งแต่ความหมาย หลักการทำงาน ประโยชน์ การปรับใช้งานในบัญชี การตั้งค่าที่ต้องทำ รวมถึงชี้แนะด้วยว่าธุรกิจแบบใดควรใช้กลยุทธ์นี้รวมถึงเทคนิคในการตั้งค่าเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดี

Target ROAS คือ ?

กลยุทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมาย (Target ROAS) คือ กลยุทธ์เสนอราคาอัตโนมัติที่มีเป้าหมายเน้นเพื่อให้เกิดมูลค่า Conversion มากที่สุดภายใต้เพดาน ROAS ที่กำหนดไว้ หรือกล่าวภาษาทั่วไปคือ ส่งโฆษณาเพื่อให้เกิดยอดขายมากที่สุดภายใต้ต้นทุนค่าโฆษณาที่กดไว้

Target ROAS คือ กลยุทธ์เสนอราคาที่มีเป้าหมายเน้นให้เกิดยอดขายมากสุดภายใต้เพดานต้นทุนค่าโฆษณาที่กำหนดไว้

คำว่า ROAS ย่อมาจาก Return on ads spend หมายถึงผลตอบแทนหลังจากค่าโฆษณา ซึ่งจะแตกต่างจาก ROI คือ Return on investment หมายถึง ผลตอบแทนจากการลงทุน ตัวเลขของ ROAS จะมองเฉพาะค่าใช้จ่ายโฆษณาบนแพลตฟอร์มนั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้รวมต้นทุนสินค้า หรือต้นทุนอื่นๆ

หลักการทำงาน

กลยุทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมายจะใช้ Google AI เพื่อคาดการณ์มูลค่าของ Conversion ที่เป็นไปได้ทุกครั้งที่ผู้ใช้ค้นหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่โฆษณา จากนั้น AI จะปรับราคาเสนอสําหรับการค้นหาเหล่านี้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด

ผลลัพท์ Target ROAS
ผลลัพท์ Target ROAS

ในทางปฏิบัติ หากกลยุทธ์การเสนอราคาระบุว่าการค้นหาของผู้ใช้มีแนวโน้มจะสร้าง Conversion ที่มีมูลค่าสูงได้ ROAS เป้าหมายก็จะเสนอราคาสูงสําหรับการค้นหานั้น หากกลยุทธ์การเสนอราคานี้ระบุว่าการค้นหาไม่มีแนวโน้มจะสร้าง Conversion ที่มีมูลค่าสูง ก็จะเสนอราคาต่ำ AI ของ Google จะเพิ่มประสิทธิภาพราคาเสนอในขณะประมูล ซึ่งช่วยให้คุณปรับแต่งราคาเสนอสำหรับการประมูลแต่ละครั้งได้

ความแตกต่าง tROAS กับ tCPA

Target CPA คือ กลยุทธ์เสนอราคาที่เน้นเพื่อให้เกิดจำนวน Conversion มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ภายใต้เพดานราคา Conversion ที่กำหนดไว้ ส่วนกลยุทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมาย เน้นเพื่อให้เกิดมูลค่า Conversion มากที่สุดภายใต้ส่วนต่างมูลค่า Conversion กับค่าโฆษณาที่กำหนดไว้

tCPA เน้นจำนวน Conversion และกดราคาต่อ Conversion ส่วน tROAS เน้นมูลค่ารวมของ Conversion กดส่วนต่างมูลค่า Conversion ต่อต้นทุนค่าโฆษณา

ความแตกต่าง Maximize Conversion Value กับ tROAS

กลยุทธ์เสนอราคา Maximize Conversion Value กับ tROAS เหมือนกันตรงที่ทำโฆษณาเพื่อให้เกิดมูลค่า Conversion หรือยอดขายสินค้าให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่จุดต่างอยู่ที่ tROAS สามารถควบคุมส่วนต่างของมูลค่า Conversion กับต้นทุนค่าโฆษณาได้

ทำไมต้องใช้ ROAS เป้าหมายและเหมาะกับใคร

เหตุผลที่ต้องใช้กลยุทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมายเพราะธุรกิจต้องการยอดขายในการขายสินค้าหรือบริการ และที่สำคัญต้องมีกำไรเหลือจากการทำแอดไปแล้ว นี้จึงเป็นเหตุผลที่หลายๆ ธุรกิจต้องหันมาใช้กลยุทธ์เสนอราคาแบบนี้

ผลลัพทธ์ ROAS
ผลลัพทธ์ ROAS

ธุรกิจที่เหมาะกับการใช้งานกลยุทธ์นี้คือ คนทำเว็บไซต์ E-commerce, คนทำโรงแรม หรือธุรกิจใดก็ได้ที่รู้ว่ามูลค่าของ Conversion แต่ละครั้งมีค่าเท่าไหร่ และที่สำคัญต้องการคุมค่าโฆษณาบน Google Ads ให้น้อยที่สุดและต้องการดันให้เกิดยอดขาย ยอดจองมากกว่าจำนวน

เทคนิคการตั้งค่า ROAS เป้าหมายให้ได้ผลดีที่สุด

ติดตั้ง Conversion Tracking แบบใส่มูลค่า

สิ่งสำคัญสำหรับคนทำ Google Ads ที่ต้องการใช้กลยุทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมายคือ ต้องติดตั้งเครื่องมือวัด Conversion แบบมีมูลค่าให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นการทำมูลค่า Conversion แบบไดนามิกแปรผันตามยอดที่เกิดขึ้นบนเว็บ หรือจะเป็นการใส่มูลค่าด้วยตัวเอง

กำหนดมูลค่า Conversion ด้วยตัวเอง
กำหนดมูลค่า Conversion ด้วยตัวเอง

และที่คัญควรมีการกำหนดมูลค่า Conversion แตกต่างกันอย่างน้อย 2 ตัวในกรณีที่เป็นแบบกำหนดด้วยตัวเอง เพราะระบบจะได้รู้ว่าต้องพยายามดันให้เกิด Conversion ตัวไหนมากกว่ากัน หากกำหนดเท่ากันระบบอาจทำงานได้ไม่เต็มที่

จำนวน Conversion เพียงพอ

ก่อนปรับใช้งานกลุยทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมายบัญชีควรมีจำนวน Conversion เพียงพอในรอบ 30 วัน โดยแยกตามประเภทแคมเปญตามนี้

  • แคมเปญ Display: มี Conversion อย่างน้อย 15 ครั้ง (ที่มีมูลค่า Conversion ถูกต้อง)
  • App Campaign: มี Conversion อย่างน้อย 10 ครั้งทุกวัน (หรือมี Conversion 300 ครั้งใน 30 วัน)
  • แคมเปญ Demand Gen: มี Conversion อย่างน้อย 50 ครั้งในช่วง 35 วันที่ผ่านมา (Conversion ในจำนวนนี้ 10 ครั้งต้องเกิดขึ้นในช่วง 7 วันที่ผ่านมา) ในแคมเปญ หรือ 100 Conversion ในช่วง 35 วันที่ผ่านมา (ในแคมเปญ Demand Gen ทั้งหมดในบัญชีของลูกค้า)
  • แคมเปญวิดีโอเพื่อกระตุ้นการกระทำ: มี Conversion อย่างน้อย 30 ครั้งในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
  • แคมเปญโรงแรม: Conversion อย่างน้อย 50 รายการต่อสัปดาห์ที่ระดับแคมเปญ
  • แคมเปญการเดินทาง: Conversion อย่างน้อย 50 รายการในช่วง 7 วันที่ผ่านมาที่ระดับแคมเปญ

หากใช้กลยุทธ์เสนอราคานี้ทันทีโดยไม่รอข้อมูลให้พร้อมก่อน ระบบอาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่ได้ผลลัพท์ตามที่หวังเท่าที่ควร ดังนั้นแนะนำให้เก็บข้อมูลเพียงพอก่อน

ดูคอลัมน์ให้ถูกต้อง

การกำหนดกลุยทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมายให้มีประสิทธิภาพต้องดูคอลัมน์ “มูลค่า Conversion / ราคา” x 100 จะได้เท่ากับ ROAS เป้าหมาย หรือแปลง่ายๆ คือ ยอดขายเป็นกี่เท่าต่อต้นทุนค่าโฆษณา

การตั้ง ROAS เป้าหมายที่ถูกต้อง

เมื่อได้ผลลัพท์แล้วให้กำหนด ROAS มากขึ้นหรือน้อยลงจากผลลัพท์ประมาณ 10-15% เพื่อให้โฆษณายังคงแสดงผลได้เต็มที่ หากกำหนดต่ำไปก็จะไม่ตอบโจทย์การทำ Google Ads เพื่อให้เกิดกำไร หากกำหนดสูงไประบบอาจหาคนที่สร้างยอดขายไม่ได้เลย

สรุป

กลยุทธ์เสนอราคา ROAS เป้าหมาย หรือ Target ROAS เป็นการทำโฆษณาเพื่อเน้นให้เกิดมูลค่า Conversion มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ภายใต้ส่วนต่างมูลค่า Conversion ต่อต้นทุนค่าโฆษณาที่กำหนดไว้ โดยระบบจะพยายามแสดงโฆษณาไปยังคนที่มีแนวโน้มจะทำ Conversion ที่มีมูลค่าสูงสุด ในขณะเดียวกันควบคุมต้นทุนค่าโฆษณาให้ต่ำที่สุด

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ กลยุทธ์ที่เน้นให้เกิดยอดขายมากที่สุดโดยกดค่าโฆษณาให้ต่ำที่สุด เหมาะสำหรับคนยิงแอด Google ที่ต้องการเน้นยอดขายบนเว็บไซต์หรือคนทำ E-commerce นั้นเอง